dot dot
14/9/53 "หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช"

มติชน ๒๕๕๓ กุมภาพันธ์

"เหตุเกิดในวงการกรรมฐาน"

พระไพศาล วิสาโล

ในอดีตนั้นถือกันว่าสมาธิภาวนาหรือการทำกรรมฐาน
เป็นเรื่องของสงฆ์ ส่วนฆราวาสนั้นปฏิบัติธรรมด้วยการให้ทาน
และรักษาศีลก็พอแล้ว แม้จนทุกวันนี้เราก็ยังเห็นฆราวาสเข้า
วัดเพื่อ “ทำบุญ” เป็นส่วนใหญ่ แต่แบบแผนดังกล่าวดูเหมือน
จะจำกัดเฉพาะชาวพุทธไทย เอกลักษณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ชัด
เมื่อไปเยือนวัดในยุโรปหรืออเมริกาที่มีชาวพุทธหลายเชื้อชาติ
ให้ความศรัทธานับถือ ในขณะที่ชาวพุทธไทยนิยมมาถวาย
อาหารแก่พระสงฆ์(แล้วก็ลากลับ) ชาวพุทธชาติอื่นโดยเฉพาะ
ชาติตะวันตกกลับสนใจฟังธรรมะและทำสมาธิกันอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ฆราวาสที่สนใจทำ
กรรมฐานมีจำนวนมากขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น
ปรากฏการณ์ที่โดดเด่นในแวดวงชาวพุทธไทย ตามสำนักต่าง ๆ
มีฆราวาสมาทำสมาธิภาวนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดอบรม
กรรมฐานกันเอง บ่อยครั้งก็มีฆราวาสเป็นอาจารย์กรรมฐาน
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับความสนใจใฝ่ศึกษาธรรม
ทั้งจากการอ่านและการฟังอย่างแพร่หลาย จนหนังสือธรรมะกลาย
เป็นหนังสือขายดี ขณะที่หน่วยงานหลายแห่งทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ
ก็มีการบรรยายธรรมอย่างสม่ำเสมอ

ความเครียด ความรุ่มร้อนในจิตใจและความรู้สึกว่างเปล่า
ในชีวิตทั้ง ๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุสิ่งเสพและความสะดวกสบาย
เป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้ผู้คนหันมาหาความสงบจากพุทธศาสนา
แต่ผู้คนยากจะค้นพบคำตอบจากพุทธศาสนาได้หากไม่มีผู้บอกทาง
ที่สามารถสื่อสารกับฆราวาสได้อย่างถึงแก่น ครั้นค้นพบแล้วจะลงมือ
ปฏิบัติหรือไม่ ก็ยังขึ้นอยู่กับผู้บอกทางว่าได้นำเสนอการปฏิบัติที่สมเหตุ
สมผล น่าเชื่อถือ ทำได้จริงหรือไม่ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ที่ขาดไม่ได้
สำหรับคนสมัยใหม่ก็คือ จักต้องเป็นการปฏิบัติที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน
ยิ่งเป็นวิธีการที่ลัดสั้น ตรงถึงเป้าหมาย ก็ยิ่งได้รับความนิยม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช
เป็นผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในการชักนำให้ฆราวาสโดยเฉพาะคนชั้นกลาง
หันมาทำกรรมฐานกันอย่างจริงจังและอย่างแพร่หลายชนิดที่ไม่เคยปรากฏ
มาก่อน ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือคนเหล่านี้มีเป็นจำนวนมากที่ไม่เคยเห็นตัวท่าน
หรือได้รับการชี้แนะจากท่านโดยตรง หรือแม้แต่ฟังคำบรรยายจากปาก
ของท่าน หลายคนอยู่ไกลถึงต่างประเทศด้วยซ้ำ แต่ได้ปฏิบัติตามคำ
ชี้แนะของท่านอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ทราบมีเป็นจำนวนมากที่ได้รับ
ผลดีจากการปฏิบัติ

ความสำเร็จดังกล่าว (หากจะใช้คำนี้) ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก
การใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะซีดี ซึ่งสะดวกแก่การเผย
แพร่ในหลายช่องทางรวมทั้งทางอินเทอร์เน็ต ทำให้เข้าถึง
คนชั้นกลางจำนวนมาก แม้หนังสือของท่านจะพิมพ์เผยแพร่มิใช่น้อย
แต่เชื่อว่าผู้คนรู้จักพระอาจารย์ปราโมทย์ผ่านซีดีมากกว่าหนังสือ
และที่ศรัทธาปฏิบัติตามแนวทางของท่านก็เพราะซีดีมากกว่า
หนังสือเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นน่าจะได้แก่
แนวทางการปฏิบัติของท่าน ที่เน้นการดูจิต หรือตามรู้สภาวะ
และอาการต่าง ๆ ของจิต ด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่กดข่มอารมณ์ที่
ไม่พึงปรารถนา และไม่แทรกแซง หรือควบคุมบังคับจิตเพื่อให้เกิด
ความสงบ ซึ่งรวมถึงการไม่ “กำหนด” หรือ เพ่งที่รูปหรือนามใดๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ “รู้” โดยไม่ต้อง “ทำ”อะไรทั้งสิ้น

วิธีการดังกล่าว (ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าจิตตานุปัสสนาตาม
หลักสติปัฏฐานสี่) เหมาะกับคนชั้นกลางซึ่งมีนิสัยคิดฟุ้งปรุงแต่ง
มากจนยากที่จะทำใจให้สงบดิ่งลึก อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติได้ใน
ชีวิตประจำวันโดยไม่เลือกสถานที่และบรรยากาศ ทำให้กรรมฐาน
กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้โดยไม่ต้องหลีกเร้นไปอยู่ป่าหรือเข้า
คอร์สปฏิบัติธรรม ด้วยเหตุนี้หลายคนที่นำวิธีการดังกล่าวไปปฏิบัติ
จึงเห็นผลได้เร็ว คือมีสติรู้ตัวมากขึ้น จิตใจปลอดโปร่งกว่าเดิม
เห็นกายและใจชัดขึ้น การบอกกล่าวจากปากต่อปาก โดยมีซีดีคำ
บรรยายของท่านเป็นสื่อการสอน ทำให้ผู้คนหันมาปฏิบัติตามแนว
ทางของท่านมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่เคยปฏิบัติแนวอื่นแต่ไม่
ก้าวหน้าเพราะใช้วิธีเพ่งหรือบังคับจิตจนเครียด

จุดเด่นอีกประการหนึ่ง ก็คือ การสอนของท่าน ซึ่งนำเสนอ
แนวทางดังกล่าวในฐานะที่เป็นวิถีสู่ความพ้นทุกข์ จากการดูจิต
สู่การเห็นรูปและนามด้วยสติ ตามมาด้วยการเห็นรูปและ
นามด้วยปัญญา คือเห็นไตรลักษณ์จนละวางความยึดติดถือมั่น
ว่ารูปและนามเป็นตัวตน คำสอนของท่านพูดถึงการบรรลุธรรม
การหลุดพ้น และมรรคผลนิพพานบ่อยครั้ง มิใช่ในฐานที่เป็นสิ่ง
เหลือวิสัยของมนุษย์ หากเป็นอุดมคติที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
และควรทำให้ได้ในชีวิตนี้ คำสอนดังกล่าวได้ทำให้ผู้คนจำนวน
มากซึ่งเคยไกลวัดหันมาสนใจพระนิพพาน กล่าวได้ว่าไม่มีใคร
ที่สามารถจุดประกายให้ฆราวาสยุคนี้ปรารถนาและบำเพ็ญเพียร
เพื่อพระนิพพานได้มากเท่ากับพระอาจารย์ปราโมทย์

ทั้งแนวทางปฏิบัติและเนื้อหาคำสอนของท่านตามที่กล่าว
มาข้างต้น สามารถหาอ่านได้ไม่ยากจากหนังสือของท่าน
แต่สิ่งที่ไม่ปรากฏในหนังสือ ก็คือวิธีการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
ตัว ซึ่งจะประจักษ์ได้ก็จากการไปฟังการบรรยายของท่านตาม
สถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น นั่นก็คือ การบรรยายด้วยถ้อยคำที่เข้าใจ
ง่าย เป็นกันเอง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การ “ทักจิต”ผู้ที่มา
“ส่งการบ้าน” ว่า หลงไปแล้ว หรือกำลังเพ่ง หรือ “ตื่น”แล้ว
เชื่อว่าวิธีนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมาฟังคำบรรยายของท่าน
อย่างเนืองแน่นทุกครั้ง เพราะต้องการสอบถามให้แน่ใจว่าตน
ปฏิบัติถูกต้องตามคำสอนของท่านหรือไม่ สำหรับผู้ฟังคนอื่น ๆ
การทักจิตของท่านยังช่วยให้เข้าใจการปฏิบัติตามคำสอน
ของท่านดีขึ้น เนื้อหาและบรรยากาศส่วนนี้ถูกถ่ายทอดลงซีดี
ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมในวงกว้างกว่าหนังสือ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทักจิตของท่านย่อมทำให้
ศิษยานุศิษย์ (รวมทั้งลูกศิษย์ทางซีดี)เห็นท่านอยู่ในสถานะ
พิเศษเหนือคนธรรมดา ดังนั้นจึงเกิดศรัทธาปสาทะในตัวท่านมากขึ้น
หากนี้เป็นจุดแข็ง มันก็เป็นจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน เพราะเป็นเหตุให้
ท่านถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมาโดยเฉพาะจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ
แนวทางปฏิบัติของท่าน จนถึงจุดหนึ่งก็ขยายตัวเป็นการต่อต้านท่าน
อย่างชัดเจน ที่น่าประหลาดใจคือแกนนำหลายคนเคยเป็นลูกศิษย์หรือ
ผู้สนับสนุนคำสอนของท่านอย่างแข็งขันมาก่อน

เหตุผลข้อหนึ่งที่ผู้ต่อต้านใช้ในการโจมตีท่านก็คือ การอวดอุตริ
มนุสสธรรม คือธรรมล้ำมนุษย์หรือคุณวิเศษที่เหนือปุถุชน ซึ่งโดยทั่วไป
หมายถึงการอวดอ้างว่าเป็นอริยบุคคล การกระทำดังกล่าวถือว่า
เป็นความผิดตามพระวินัย หากอวดคุณวิเศษดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ตนเอง
ไม่มี ผู้อวดนั้นย่อมขาดจากความเป็นพระ กรณีพระอาจารย์
ปราโมทย์นั้น แม้ท่านจะแสดงให้เห็นว่ามีการทักจิตอยู่บ่อยครั้ง
แต่ก็ยากที่จะชี้ชัดว่าเป็นการอวดอุตริมนุสสธรรมตามที่ระบุใน
พระวินัย (แม้จะตีความเช่นนั้นแต่ถ้าท่านมีคุณสมบัติดังกล่าวจริง
ก็เป็นอาบัติเล็กน้อย) จะว่าไปแล้ววิธีการดังกล่าว ครูบาอาจารย์
หลายท่านทั้งอดีตและปัจจุบันก็ทำเป็นอาจิณ ส่วนที่กล่าวว่าท่าน
อวดอ้างเป็นอริยบุคคลนั้น ก็เป็นเรื่องของการตีความจากคำบรรยาย
เมื่อท่านพูดถึงสภาวะหรือสิ่งที่พบเห็นจากการปฏิบัติ ที่ผ่านมายัง
ไม่มีการอ้างคำพูดใด ๆ ของท่านที่เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อ
กล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน

หากไม่นับสาเหตุส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวน
ไม่มากนักแล้ว มูลเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งที่ขยายวงน่า
จะเป็นเพราะแนวทางการปฏิบัติและวิธีการสอนของท่านนั้นขัดกับ
แบบแผนที่ปฏิบัติกันมาแต่ดั้งเดิม อาทิ การดูจิตโดยไม่เน้น
ที่รูปแบบ การทักจิตผู้ปฏิบัติในที่สาธารณะท่ามกลางผู้คนนับร้อย
(แทนที่จะทำในที่รโหฐาน) การสอนกรรมฐานโดยไม่เน้นพิธีรีตอง
(ไม่มีพิธีขอกรรมฐาน และใครจะแต่งตัวมาฟังธรรมที่สำนักของท่าน
อย่างไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแต่งขาว และไม่มีการสวดมนต์รับศีล )
ซึ่งแม้ถูกจริตคนหนุ่มสาวแต่ไม่เป็นที่นิยมของคนแก่วัด
ยิ่งกว่านั้นการที่ท่านวิจารณ์การปฏิบัติที่เน้นการเพ่ง กำหนด
หรือควบคุมบังคับจิต อันเป็นที่นิยมในหลายสำนัก ย่อมทำให้เกิด
ปฏิกิริยาต่อต้านท่าน แต่ปฏิกิริยาดังกล่าวจะไม่มากหาก
ลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติในสำนักดังกล่าว แทนที่จะแห่กันไปปฏิบัติ
ตามแนวทางของท่าน หรือกลับมาตั้งคำถามกับการปฏิบัติของ
สำนักเดิม

แม้แกนนำในการต่อต้านจะเป็นฆราวาส แต่เชื่อว่ามี
พระจำนวนไม่น้อยสนับสนุนหรือขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง เพื่อ
ความเป็นธรรม ควรกล่าวด้วยว่าหลายท่านทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
บางท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ส่วนใหญ่
รับไม่ได้กับแนวทางการปฏิบัติและวิธีการสอนของพระอาจารย์
ปราโมทย์ ซึ่งหลายท่านมองว่าเป็นพระที่ยังมีพรรษาน้อย
และปฏิบัติสวนทางกับธรรมเนียมหลายประการพระป่าโดยเฉพาะ
สายหลวงปู่มั่น ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งซึ่งร้ายแรงมาก
ในสายตาของพระป่าก็คือ การดัดแปลงคำสอนของครูบาอาจารย์
ซึ่งในที่นี้หมายถึงหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

พระอาจารย์ปราโมทย์เป็นผู้ที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก
คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ และนำคำสอนของท่านมาเผยแพร่
โดยอธิบายให้เข้าใจได้อย่างเป็นระบบ ทำให้หลวงปู่ดูลย์เป็น
ที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่คนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม
อรรถาธิบายของท่านนั้นไม่ตรงกับที่ลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์หลาย
ท่านเข้าใจ หลายท่านเชื่อมั่นว่าท่านเข้าใจหลวงปู่ดูลย์ได้ถูก
ต้องกว่า จึงไม่พอใจพระอาจารย์ปราโมทย์ที่ “สอนผิดครู”
จนบางท่านถึงกับกล่าวหาพระอาจารย์ปราโมทย์ว่าเป็นศิษย์
คิดล้างครู สำหรับท่านเหล่านี้คำสอนของหลวงปู่ดูลย์เป็นสิ่งที่
ต้องรักษาไว้ในรูปแบบเดิมหรือถ่ายทอดตามตัวอักษรอย่าง
เคร่งครัด

มองในแง่หนึ่ง ความขัดแย้งกรณีพระอาจารย์ปราโมทย์
เป็นความขัดแย้งระหว่างระหว่าง “ใหม่” กับ “เก่า” (ไม่ต่างจาก
ความขัดแย้งระหว่างพระอาจารย์พรหมวังโสกับสำนักหนอง
ป่าพงกรณีบวชภิกษุณี) จะพูดว่า โดยพื้นฐานแล้วนี้คือความขัด
แย้งระหว่างแนว “ปฏิรูป”กับ แนว “อนุรักษ์นิยม” ก็ย่อมได้
ซึ่งเป็นธรรมดาในทุกวงการและเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย
เมื่อ ๖๐ ปีก่อนท่านอาจารย์พุทธทาสก็เคยถูกโจมตีว่าเป็น
คอมมิวนิสต์เพราะการสอนที่แปลกใหม่ของท่าน ที่กระตุก
ความรู้สึกของผู้ฟัง (เช่น กล่าวว่าพระรัตนตรัยหากนับถือ
ไม่ถูกต้องก็เป็นภูเขาขวางกั้นทางสู่พระนิพพาน) แต่
ความขัดแย้งเป็นแค่ความแตกต่าง ที่ไม่ควรนำไปสู่
ความแตกแยก หรือการเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ที่สำคัญก็
คือไม่ควรให้ความโกรธเกลียดหรือกลัวเป็นตัวผลักดัน
การกระทำ

เมื่อมีความแตกต่างทางความคิดหรือการปฏิบัติ
ควรโต้กันด้วยเหตุผล แทนที่จะใช้วิธีโจมตี ใส่ร้าย หรือข่มขู่
คุกคาม แม้จะทำด้วยความปรารถนาดีคือเพื่อปกป้องธรรมะ
แต่หากใช้วิธีอธรรมแล้ว ผลร้ายย่อมตกอยู่กับธรรมะ
อย่างไม่ต้องสงสัย




สัพเพเหระกับครูเชฐ

วิชาชีวิต article
8/2/58 "ครูแบบไหนที่เหมาะกับลูกเรา" article
20/5/57 "เกรด 4 ไม่ได้การันตี "เด็กเก่ง" ดนตรี กีฬา งานอดิเรกสำคัญ"
6/2/2557 "โทรทัศน์ ให้อะไรกับเด็ก"
16/9/56 "เมื่อลูกเป็น 'เด็กเลี้ยงแกะ' รับมืออย่างไรให้ได้ผล"
21/8/56 "จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ "เหตุไฉน...เด็กไทยไอคิวต่ำ"
12/7/56 "ลูกพูดช้า"
30/10/55 "ออกกำลังให้ชีพจรเต้นแรง ช่วยเสริมพลังสมอง"
2/5/55 "ศิลปะกับเด็ก"
20/4/55 "โรงเรียนทางเลือกกับทางเลือกในการศึกษาของประชาชน"
20/4/55 "มาเรียนรู้...การใช้ชีวิตให้ช้าลง"
11/10/53 "Cone of Experience"
21/9/53 "เด็กยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งกระตุ้นสมองให้จำดีขึ้น"
11/9/53 "น้องเดียว"
25/6/53 เจาะจุดเด่น "8 แนวการศึกษาทางเลือก" ตัวช่วยเลือกร.ร.ให้ลูก
24/9/52 "รักลูก.. (ไม่)ให้ตี"
9/7/52 "ช่วยด้วย... หนูเครียด"
19/5/52 "68 สุดยอดหนังสือเด็ก"
30/4/52 "โรงเรียนทางเลือก สวรรค์ชั้นแปดของพ่อแม่"
1/2/52 "พิษภัยจากทีวี"
21/1/52 "ทำความดีบริจาคอวัยวะ สร้างกุศลยิ่งใหญ่"
3/10/51 "สารเคมีในสมอง เรื่องที่ผู้แวดล้อมเด็กควรรู้"
18/9/51 "สมศ. รอบ 2"
17/9/51 "web ดีมีประโยชน์"
27/8/51 "เลขคณิตคิดสนุก แนะพ่อแม่สอนลูกๆ จากกิจกรรมในบ้าน"
5/3/51 "Ingredients for Play"
5/2/51 "แล้วแนวไหนดีกว่า..?"
20/9/50 "ดนตรี ของเล่น ภาษาธรรมชาติ : 3 พลังเพิ่มไอคิวลูก"
31/8/50 "พหุปัญญา vs. หนูดี"
20/8/50 "เผยสูตร 'ลับ' สร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ"
20/7/50 "ชวนไปเล่นเรือใบ"
28/2/50 "สมศ. กับผู้บริโภคการศึกษา" article
17/1/50 "พอเพียง" article
30/11/49 "เรียนรู้ผ่านการเล่น" article
23/11/49 "เบาสมอง (กับเด็กทอรัก)" article
22/11/49 "ลิงในห้องแคบ" article
22/11/49 "แนะนำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการ" article
21/11/49 "การสอบ NT" article
20/11/49 "โรงเรียนทอรักกับสถานปฏิบัติธรรม" article
บทความเก่า - 6 เทคนิคการสอนคณิตศาสตร์ เคล็ดลับสำหรับเด็กเกลียดเลข article
บทความเก่า - การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ article
บทความเก่า - แนวคิดทฤษฎีใหม่ article
บทความเก่า - FAQs ของแนวการเรียนการสอนทอรัก article



dot
ข่าวสารผู้ปกครองทอรัก
dot
bulletรอบรั้วทอรัก
bulletคลิกที่นี่เพื่อสมัคร (ผปค.ทอรัก)
bulletปฏิทินการศึกษา
dot
dot
bulletรายละเอียดการรับสมัครนักเรียน
bulletกิจกรรม Open House
bulletปฏิบัติธรรม
bulletรับสมัครผู้ใหญ่ใจดี
dot
เสียงสะท้อนผู้ปกครองทอรัก
dot
bulletคุณแม่น้องเกมส์
bulletคุณแม่น้องเพิร์ท
bulletคุณแม่น้องจอร์นและน้องเจอรี่
bulletคุณแม่น้องดัยโน่
bulletคุณแม่น้องพลอยและน้องฝน
bulletคุณแม่น้องปัน ลูกรัก 6
bulletคุณแม่น้องเก็ต
bulletคุณแม่น้องเหนือ
bulletคุณพ่อน้องฝ้าย
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletผลการเรียนต่อ ม.1 ทุกรุ่น
bullet"บอกบุญ"
bulletบทสัมภาษณ์นิตยสารดิฉัน***
bulletช่อง 9 เข้าถ่ายทำรายการ
bulletทอรักใน นสพ.บางกอกโพส
bulletบทสัมภาษณ์ นิตยสารรักลูก
dot
**********
dot
bulletDay Camp T2/50 ตอน "พลังงานทดแทน"
bulletDay Camp ตอน "ของดีเมืองปากน้ำ"
bulletบรรยายพิเศษ "เลี้ยงดูแบบไหนได้ใช้ศักยภาพสมองสูงสุด"
bulletหลักฐานความสำเร็จของการไม่เร่งเด็ก
dot
**********
dot
bulletปฏิบัติธรรมรุ่น2 28/1/50
bulletตักบาตรทุกวันศุกร์เว้นศุกร์
bulletปฏิบัติธรรมรุ่นที่1 19/11/49
bulletแผนที่โรงเรียนทอรัก
dot
แหล่งเรียนรู้ของชุมชน
dot
bulletนิสิต มศว. เข้าเยี่ยมชม
bulletคณาจารย์ มศว. เข้าเยี่ยมชม
bulletนิสิตป.โท จุฬาเข้าทำวิจัย
bulletนิสิตจุฬา ป.เอก เข้าเยี่ยมชมและสังเกตการปฏิบัติงานของครูทอรัก
bulletนิสิตจุฬา ป.เอก เข้าเยี่ยมชม
bulletนิสิตจุฬา ป.โท สังเกตพฤติกรรมเด็กทอรัก
bulletโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ เข้าเยี่ยมชมงานบริการ
bulletนิสิตจุฬา ป.โท ทำวิทยานิพนธ์
bulletสนามวิจัย ป.เอก จุฬาฯ ปฐมวัยฯ
dot
ภาพถ่ายกิจกรรมของโรงเรียน
dot
bulletคลิกชมภาพกิจกรรม
dot
การเรียนรู้ผ่านกิจกรรม
dot
bulletโครงการเกษตรพอเพียง
bulletกองทุนเพื่อการเรียนรู้
bulletโครงการธนาคารขยะ
bulletโครงการค่ายยุวพุทธ
bulletProject Approach
bulletThe Rock of Taurak
bulletกิจกรรมเลือกตั้งประธาน นร.
dot
เครือข่ายคนไม่เร่งเด็ก
dot
bulletโรงเรียนวรรณสว่างจิต
bulletโรงเรียนรุ่งอรุณ
bulletโรงเรียนเพลินพัฒนา


visalo.org รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล
วัดสนามใน


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
โรงเรียนทอรัก (โรงเรียนทางเลือก)
มุ่งมั่นในการพัฒนาเด็ก

โทร. 02-709-1200-1, 086-677-1200, 089-679-2500

Email : taurakschool@hotmail.com